ด้านการใช้ที่ดิน
ควรออกนโยบาย ข้อกำหนด ให้รักษาป่าจากทางด้านทิศใต้ และป่าแสมบริเวณคุ้งน้ำ ด้านตะวันตกไว้ เนื่องจากป่าจากและป่าแสมเป็นสิ่งที่ผูกพันกับวิถีชีวิตของชุมชนมาแต่ดั้งเดิม โดยเป็นทั้งแหล่งอาหาร แหล่งทำมาหากิน แหล่งเชื้อเพลิง และแหล่งวัตถุดิบในการปลูกสร้าง เรือน นอกจากนี้ ชาวมอญยังมีความผูกพันใกล้ชิดกับลักษณะป่าเลนมาตั้งแต่ก่อนอพยพมา จากเมาะลำเลิงอีกด้วย โดยเลือกภูมิประเทศอยู่อาศัยที่มีลักษณะคล้ายถิ่นเดิม การรักษาป่า จากและป่าแสมเป็นเรื่องยาก เนื่องจากที่ดินเป็นของเอกชน และมีราคาไร่ละเป็นแสนเป็นล้าน บาท หากวันใดที่นักธุรกิจเข้ามาเสนอผลประโยชน์ค่าตอบแทนเพื่อประกอบกิจกรรมอื่นที่มีราคา มากกว่าการทำจาก เช่นการทำโรงงาน หรือหมู่บ้านจัดสรร คุณค่าต่างๆ เหล่านี้ของชุมชนมอญ บางกระดี่ ก็จะสูญสิ้นลง
ดังนั้น วิธีการที่จะให้ป่าเหล่านี้คงอยู่อย่างมั่นคง ก็คือ การรวมตัวกันของชุมชน ร่วมกันจัดซื้อ ที่ดิน ให้เป็นสาธารณะของชุมชน โดยเลือกจัดซื้อตามริมน้ำที่ติดชุมชนก่อนแล้วค่อยลามไปยัง คุ้งน้ำที่มีป่าแสม ที่ดินดังกล่าว สามารถจัดการใช้ประโยชน์ด้านการนันทนาการ และสันทนาการ ในภายหลัง เนื่องจากเป็นบริเวณที่มีบรรยากาศสุขสงบ ร่มรื่น ในอนาคตเมื่อชุมชนเกิดความหนา แน่นมีสภาพความเป็นเมืองที่หนาแน่น สามารถใช้ประโยชน์จากพื้นที่เหล่านี้ได้ ทั้งยังสามารถจัด เก็บรายได้ผลประโยชน์เพื่อการบำรุงรักษาสถานที่ต่อไปได้ นอกจากนี้ควรออกกฎหมายควบคุม พื้นที่ริมน้ำให้เป็นพื้นที่สีเขียว ซึ่งมีลักษณะเพื่อการนันทนาการอยู่อาศัย ควบคุมความสูง และพื้น ที่โล่งว่าง ชิดตามแนวริมน้ำอีกด้วย
ในพื้นที่โดยรอบชุมชนด้านทิศอื่นควรมีลักษณะการใช้ที่ดินที่สอดคล้องกับการอยู่อาศัยได้แก่ พื้นที่สีเขียวเพื่อการนันทนาการ และพื้นที่สีเหลืองเพื่อการอยู่อาศัย ไม่ควรให้มีการใช้ที่ดินสร้าง โรงงาน และตึกสูงเกิน 3 ชั้น ในรัศมีโดยรอบอย่างเด็ดขาด ควรออกเป็นกฎหมาย หากจะให้ได้ ผลทางปฏิบัติควรเป็นลักษณะเทศบัญญัติ กฎหมายควบคุมอาคาร เลยทีเดียว
ส่วนในพื้นที่ไกลออกไปตามถนนสายบางกระดี่จนถึงปากทางถนนพระราม 2 ควรจะได้มี การควบคุมการตั้งโรงงาน เพื่อเป็นการควบคุมมลพิษ และการอพยพเข้าของคนต่างถิ่น อาจใช้ ผังเมืองร่วมกับเทศบัญญัติ และกฎหมายควบคุมอาคารเพื่อมิให้มีการเพิ่มของโรงงานอีก โดย เฉพาะส่วนที่อยู่ใกล้ชุมชนเข้ามา
สรุปข้อเสนอแนะ